ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปไถคราดที่นาของโจทก์โดยมีเจตนาเข้าไปยึดถือครอบครองเป็นของตน เป็นการรบกวนการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 363, 59

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยทั้งสองรู้ดีว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่ของนางพอน จำเลยเข้าไปในที่พิพาทเป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของโจทก์ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาทโดยมีเหตุที่จำเลยเชื่อว่านาพิพาทเป็นของนางพอน ขาดเจตนาอันเป็นองค์ประกอบความผิดทางอาญา ไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทรายนี้ยังโต้เถียงความเป็นเจ้าของกันอยู่ ระหว่างโจทก์กับนางพอน ยังไม่ได้ความแน่ชัดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ที่จำเลยเข้าทำนาก็ปรากฏว่านางพอนให้จำเลยทำ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุก ตามนัยฎีกาที่ 253/2510 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นางจันตา อุดมผล จำเลย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th