ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายมนัส จีระวงศ์ซึ่งถึงแก่ความตาย มีบุตรด้วยกัน 7 คน ก่อนถึงแก่ความตายผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมและตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ผู้ตายมีทรัพย์มรดกคือ ที่ดิน จึงมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกของผู้ตายที่จะนำมาแบ่งให้แก่ทายาท ขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามเป็นผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 และทายาทอื่นของผู้ตายยินยอมให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านกับผู้ตายอยู่กินฉันสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2499 จนกระทั่งผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายและไม่มีบุตรด้วยกัน ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยากันนั้น ผู้คัดค้านและผู้ตายร่วมกันทำมาหารายได้มีที่ดินหลายแปลงและทรัพย์สินอื่นหลายรายการ ซึ่งย่อมเป็นของผู้คัดค้านกึ่งหนึ่ง การที่ผู้ร้องมาร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้น ผู้ร้องไม่เคยบอกกล่าวหรือปรึกษากับผู้คัดค้านก่อนเลย ผู้ร้องมีเจตนาที่จะเอามรดกของผู้ตายเพียงคนเดียว ไม่ยอมแบ่งให้ผู้คัดค้านและทายาทอื่น ผู้ร้องจึงไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ส่วนผู้คัดค้านเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ไม่เป็นคนวิกลจริต ไม่ถูกศาลสั่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย จึงขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางสาคร จีระวงศ์ ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนายมนัสจีระวงศ์ ผู้ตาย ให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่าสมควรตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายมนัส จีระวงศ์ หรือไม่ เห็นว่า แม้หากว่าผู้คัดค้านและนายมนัสผู้ตายจะมีทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันซึ่งผู้คัดค้านมีส่วนได้เสียในฐานะเจ้าของรวม เมื่อนายมนัสถึงแก่ความตายทรัพย์สินเหล่านั้นย่อมแบ่งกันเป็นส่วนของผู้คัดค้านส่วนหนึ่งและเป็นทรัพย์มรดกของนายมนัสอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งสิทธิของผู้คัดค้านมีส่วนร่วมกับผู้ตายเพียงใดก็ยังคงมีอยู่เช่นนั้น ส่วนของผู้ตายก็ตกเป็นมรดกของผู้ตายที่ผู้จัดการมรดกของผู้ตายจะต้องเอามาแบ่งให้แก่ทายาทผู้ตาย ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย จึงเป็นทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายโดยตรงแต่ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายเลย เพียงแต่มีส่วนในทรัพย์สินระหว่างผู้คัดค้านกับผู้ตายในฐานะเจ้าของรวมอย่างไรก็ชอบที่จะเรียกร้องเอาได้โดยไม่จำต้องมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายอยู่แล้ว และที่ผู้คัดค้านฎีกาว่าต้องการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายนั้นก็เพื่อป้องกันมิให้ทรัพย์สินที่ผู้คัดค้านมีส่วนร่วมอยู่ด้วยเกิดความเสียหายจากการจัดการมรดกของผู้ร้อง ก็เป็นเจตนาที่มุ่งแต่ประโยชน์ของผู้คัดค้านเท่านั้นหาใช่กระทำเพื่อความชอบธรรมและประโยชน์ของทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่อย่างใดไม่ ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งตั้งผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th