ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 2 สมคบกันลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7), 83

จำเลยที่ 1 ปฏิเสธ

จำเลยที่ 2 รับสารภาพแต่กล่าวว่า ได้ทำการลักทรัพย์ผู้เดียวโดยจำเลยที่ 1 มิได้ลักด้วย

ศาลสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีใหม่ และตัดสินคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ที่รับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(7), 83 จำคุก 3 ปี รับลดกึ่งตาม มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอลดหย่อนผ่อนโทษ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำเลยที่ 2 ตาม มาตรา 335(7) นั้นยังไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยที่ 2 ว่าทำการลักแต่ผู้เดียว ซึ่งเป็นความผิดตาม ม.334 จึงพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 2 ผิด มาตรา 334 จำคุก 2 ปี ลดรับกึ่งตาม มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี

โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ควรมีผิดตาม ม. 335(7) เพราะจำเลยรับสารภาพตลอดข้อหา ดังปรากฎในรายงานพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2500

ศาลฎีกาพิเคราะห์รายงานพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2500 แล้ว เห็นว่าข้อความที่ศาลจดว่า จำเลยที่ 2 รับสารภาพตลอดข้อหานั้นเป็นถ้อยคำของศาลเอง มิใช่เป็นการที่จำเลยที่ 2 ขอให้การใหม่ เพราะไม่มีข้อความใดว่าจำเลยขอให้การใหม่ สละข้อต่อสู้ที่ให้การไว้แต่เดิมเลย ฉะนั้น เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ต้องฟังว่าจำเลยที่ 2 ทำผิดแต่ผู้เดียว

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th