ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก จำเลย โดยกล่าวว่า จำเลยหลอกลวงให้ โจทก์หลงเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินเหมืองแร่ของ จำเลยพอโจทก์เข้าทำการในเหมืองถูกเจ้าพนักงานจับหาว่าลักทำแร่ของรัฐบาลโดยมิได้รับอนุญาต

จำเลยแก้ว่าโจทก์ทราบดีแล้วว่าที่รายนี้ จำเลยเปนแต่ได้ร้องขอประทานบัตร์ไว้ โจทก์มาขอเช่าไว้ก่อนเมื่อประทานบัตร์ตก โจทก์จึงจะลงมือทำ การที่ โจทก์เข้าทำเหมืองแร่จนถูกเจ้าพนักงานจับเปนความผิดของ โจทก์เอง

ศาลเดิมตัดสินยกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่า จำเลยไม่ได้หลอกลวง โจทก์ให้เข้าทำสัญญา แลในหนังสือสัญญาปรากฏเพียงว่า จำเลยได้รับรังวัดที่ดินเหมืองแร่รายนี้ถึงแม้ โจทก์ จำเลยจะตกลงกันให้ โจทก์เข้าทำเหมืองแร่รายนี้ถึงแม้ โจทก์ จำเลยจะตกลงกันให้ โจทก์เข้าทำเหมืองก็เปนการผิด กฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลย

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง เพราะ จำเลยแสดงว่าเปนที่เหมืองของ จำเลยโดยได้รับ อนุญาตจากรัฐบาลแล้ว โจทก์หลงเชื่อเข้าทำ สัญญาจนเปนที่เสียหาย จำเลยต้องรับผิดชอบ จึงตัดสินให้ จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่ โจทก์

ฎีกาตัดสินว่า การทำเหมืองตามกฎหมายผู้ทำจะต้องได้รับประทางบัตร์ก่อนในเรื่องนี้ตาม สัญญามีข้อความชัดว่า จำเลยได้ขอนำรังวัดที่เหมืองไว้ หาใช่ว่า จำเลยได้รับประทานบัตร์มาแล้วไม่ ซึ่งเปนน่าที่ของโจทก์จะต้องรู้ว่า จำเลยยังไม่ได้รับประทานบัตร์มา โจทก์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก จำเลยไม่ได้ตาม ประมวลแพ่งแลพาณิชย์มาตรา ๕๔๙ - ๔๗๖ จึงให้ยกฟ้อง โจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />