ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมเอกสาร ใช้เอกสารปลอมและฉ้อโกงผู้เสียหายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 268, 341, 91 ริบของกลางกับให้จำเลยใช้เงิน 10,000 บาทคืนแก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ประกอบมาตรา 264 และตามมาตรา 341 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้จำคุกกับให้จำเลยใช้เงิน 10,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ของกลางริบ

จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์และมีเอกสารแนบท้ายอุทธรณ์เป็นเอกสารของร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัด ผู้เสียหายมีข้อความระบุว่า "ข้าพเจ้าได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท จากนางลออ เป็นค่าชดใช้ที่ได้ฉ้อโกงทรัพย์ไปจากร้านสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด ซึ่งได้แจ้งไว้ ณ สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2527 ตามประจำวันข้อ 10 ข. ไว้เรียบร้อยแล้วทางร้านสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีอาญากับนางลออจำเลยในความผิดที่ปรากฏการร้องทุกข์ดังกล่าวอีกต่อไป" ท้ายข้อความดังกล่าวนี้มีนายบรรหาร กรรมการผู้จัดการลงลายมือชื่อและประทับตราร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัด โจทก์ได้รับสำเนาอุทธรณ์แล้ว มิได้แก้อุทธรณ์หรือแถลงคัดค้านว่า เอกสารดังกล่าวมิใช่เอกสารที่ผู้เสียหายทำมอบให้จำเลยแต่อย่างใด กรณีจึงต้องฟังว่าเป็นเอกสารที่ผู้เสียหายทำขึ้นจริงตามที่จำเลยกล่าวอ้าง แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าข้อความในเอกสารดังกล่าวถือได้ว่าผู้เสียหายและจำเลยได้ตกลงยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความกันได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) จึงลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ไม่ได้ และโจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหาย

ส่วนข้อหาความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 และมาตรา 268 นั้น ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงไม่ระงับ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำฟ้องและคำให้การรับสารภาพของจำเลยว่า จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารและใช้เอกสารที่ตนเองปลอมนี้ด้วย กรณีเช่นนี้มาตรา 268 วรรค 2บัญญัติให้ลงโทษตามมาตรา 268 แต่กระทงเดียว

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 และมาตรา 268 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้ยกฟ้อง และคำขอที่ให้จำเลยใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายให้ยก ปรากฏว่าจำเลยเป็นหญิงและได้ชดใช้เงินที่ฉ้อโกงไปทั้งหมดคืนแก่ผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไปจึงให้รอการลงโทษจำเลยไว้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th