ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองและผู้ขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1 ป - 3419 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9เมษายน 2536 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนหรือผู้รับใช้ของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียนม - 1230 สกลนคร ของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างหรือตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์คันที่โจทก์ขับ ทำให้รถยนต์คันที่โจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าซ่อมแซมรถยนต์คันที่โจทก์ขับเป็นเงิน 29,300 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,197 บาท รวมเป็นเงิน 31,497 บาทและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 29,300 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองและผู้ขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 1 ป - 3419 กรุงเทพมหานครในขณะเกิดเหตุ ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยทั้งสองขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายว่าการที่โจทก์เป็นผู้ขับและครอบครองรถยนต์คันที่ถูกชน ถือว่าโจทก์เป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการถูกทำละเมิดและมีอำนาจฟ้องเรียกค่าซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าวได้หรือไม่ คดีนี้ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นผู้ขับและครอบครองรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1 ป - 3419 กรุงเทพมหานคร ขณะที่โจทก์ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปถึงที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน ม - 1230 สกลนคร ตามหลังด้วยความเร็วและชนท้ายรถยนต์คันที่โจทก์ขับด้วยความประมาทได้รับความเสียหายโจทก์เสียค่าซ่อมเป็นเงิน 29,300 บาท เห็นว่า โจทก์เป็นเพียงผู้ขับและครอบครองรถยนต์คันที่ถูกชน โดยโจทก์มิใช่เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว และไม่ปรากฏว่าการที่โจทก์ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวทำให้โจทก์ต้องมีหน้าที่ซ่อมแซมรถยนต์คันดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเดิมด้วย แม้โจทก์จะนำรถยนต์ไปซ่อมและเสียค่าซ่อมรถยนต์ก็ตามโจทก์ก็มิใช่ผู้ได้รับความเสียหายในส่วนของค่าซ่อมดังกล่าวจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองด้วยตนเอง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th