ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ ทั้งสอง สำนวน ฟ้อง ขอ ให้ ขับไล่ จำเลย จำเลย ให้การ ว่าโจทก์ มิใช่ เจ้าของ ที่ดิน ไม่ มี อำนาจ ฟ้อง ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ ทั้งสอง สำนวน ฎีกา
ศาลฎีกา เห็นว่า คดี ทั้งสอง สำนวน นี้ โจทก์ ฟ้อง ขับไล่ จำเลยทั้งสาม ออก จาก ที่ดิน โจทก์ โดย กล่าวอ้าง ว่า จำเลย ที่ 1 ที่ 2บุกรุก เป็น เนื้อที่ ประมาณ 25 ไร่ จำเลย ที่ 3 บุกรุก เป็น เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ที่ดิน ดังกล่าว ราคา แปลงละ 10,000 บาท ที่ พิพาทตั้ง อยู่ ที่ ตำบล ชะอำ อำเภอ ชะอำ จังหวัด เพชรบุรี ไม่ ปรากฏ ว่าเป็น ที่อยู่ ใน ทำเล การค้า อัน อาจ ทำ ให้ ค่าเช่า ที่ดิน สูงเป็น พิเศษ ดังนั้น แม้ ข้อเท็จจริง ตาม สำนวน จะ ไม่ ปรากฏ ว่า ที่พิพาท ใน ขณะยื่น คำฟ้อง อาจ ให้ เช่า ได้ เกิน เดือนละ 5,000 บาทหรือไม่ ก็ เชื่อว่า ที่ พิพาท อาจ ให้ เช่า ใน ขณะยื่น คำฟ้อง ได้ไม่เกิน เดือนละ 5,000 บาท เมื่อ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น คดี ทั้งสอง สำนวน จึง ต้องห้าม มิให้ คู่ความ ฎีกา ในข้อเท็จจริง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ มาตรา 248 ที่ โจทก์ฎีกา ว่า ที่ พิพาท ไม่ อยู่ ใน เขต พระราชนิเวศน์ มฤคทายวัน โจทก์จึง มี อำนาจฟ้อง นั้น เป็น ฎีกา ใน ข้อเท็จจริง ศาลฎีกา ไม่ รับวินิจฉัย ให้
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา ADMIN


