ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ใช้ให้ลูกจ้างตัดอ้อยในไร่โดยโจทก์ซื้ออ้อยมาจากนายขุนทอง และมอบให้นายขุนทองดูแลอ้อยไว้จำเลยได้ขนเอาอ้อยไป 12 ตัน ปล่อยทิ้งไว้อีก 2 ตัน ขอให้จำเลยใช้ราคาและค่าขาดประโยชน์ ฯลฯ จำเลยให้การว่า อ้อยเป็นของจำเลย ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอ้อยพิพาทโดยซื้อจากนายขุนทอง ถึงแม้จำเลยทั้งสองจะซื้ออ้อยรายเดียวกันนี้จากนายบุญมีโดยสุจริตก็จริง แต่คดีก็ฟังไม่ได้ว่านายบุญมีเป็นเจ้าของ จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ เพราะผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน เมื่อจำเลยทั้งสองใช้คนให้ไปตัดอ้อยของโจทก์โดยไม่มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นการทำละเมิด ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีมิใช่เป็นเรื่องบุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกันดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เพราะจำเลยทั้งสองมิได้ซื้ออ้อยพิพาทจากบุคคลคนเดียวกับที่ขายให้โจทก์ แต่เป็นการซื้อจากบุคคลที่ไม่มีอำนาจจะขายให้ ฉะนั้น จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1303 มาใช้บังคับไม่ได้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่ปัญหาเรื่องค่าเสียหายที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดเป็นเงินเท่าใดนั้น ศาลล่างยังมิได้วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นเรื่องค่าเสียหายแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th