ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่านายประยุทธ นิจพาณิชย์ผู้คัดค้านได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1จังหวัดยโสธร โดยมิชอบและให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 จังหวัดยโสธร เฉพาะในส่วนของนายประยุทธ นิจพานิชย์ผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านมีสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2522 ที่แก้ไขแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

ศาลจังหวัดยโสธรพิจารณาคำร้อง คำคัดค้านและคำแถลงรับของคู่ความซึ่งต่างไม่ติดใจสืบพยานแล้วทำความเห็นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาว่า ผู้คัดค้านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 19(1)ควรยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าผู้ร้องทั้งสามและผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ต่อมาวันที่ 2 กรกฎาคม 2538 ผู้คัดค้านได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งบิดาคนเป็นคนต่างด้าวและจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดยโสธรเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2533 และจบการศึกษาตามหลักสูตรอนุปริญญาจากวิทยาลัยครูสุรินทร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2537 ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าผู้คัดค้านมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 19(1)ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 12 หรือไม่พิเคราะห์แล้วมาตรา 19(1) กำหนดคุณสมบัติของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งบิดาเป็นคนต่างด้าวจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ต้องเป็นผู้ได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนตามกำหนดเวลาและสอบไล่ได้ไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามแผนการศึกษาของชาติ หรือได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศตามกำหนดเวลามาโดยตลอดไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกระบบโรงเรียนจนมีความรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่าหรือรับรองว่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามแผนการศึกษาของชาติ ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้คัดค้านจบการศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2530 มีวิธีการเรียนคือเรียนแบบชั้นเรียน การเรียนทางไกล และการเรียนด้วยตนเอง ซึ่งการเรียนแบบชั้นเรียน นักศึกษาต้องเข้าเรียนเช่นเดียวกับนักเรียนตามปกติหากกำหนดเวลาเรียนไม่ครบ นักศึกษาจะไม่มีสิทธิเข้าสอบส่วนการเรียนทางไกลและการเรียนด้วยตนเองนักศึกษาไม่ต้องเข้าไปเรียนในชั้นเรียนเพียงแต่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมพบกลุ่มตามกำหนดเวลาจึงจะมีสิทธิเข้าสอบ นักศึกษาที่จบหลักสูตรได้ต้องสอบได้หมวดวิชาบังคับ 5 หมวดวิชา และวิชาเลือกไม่น้อยกว่า3 หมวดวิชา ต้องผ่านเกณฑ์การพบกลุ่มตามระเบียบเมื่อจบหลักสูตรแล้วจะมีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับผู้ที่จบจากสถานศึกษาในระบบโรงเรียนทุกประการ ดังนั้น ผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดยโสธร จึงถือได้ว่าผู้คัดค้านได้เข้าเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษาอื่นในประเทศตามกำหนดเวลามาโดยตลอดจนมีความรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่าหรือรับรองว่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้คัดค้านจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522มาตรา 19(1) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 12

มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th