ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ได้ความว่า จำเลยกับพวกลักเล่นพะนันต่อแต้มเอาทรัพย์กัน ปรากฎว่าอัตราโทษตาม พ.ร.บ.การพะนัน พ.ศ.๒๔๗๘ ซึ่งมีทั้งจำคุกแลทั้งปรับ
ปัญหามีว่า ศาาลจะลงโทษแก่ผู้กระทำผิดเพียงแต่จำคุกสถานเดียวได้หรือไม่ แลผู้ต้องจำคุกอย่างเดียงจะต้องเสียค่านำจับหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติการพะนันไม่มีบทบังคับโดยตรงว่าจะต้องลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ตามกฎหมายลักษณอาญา ม.๒๓ ให้อำนาจศาลลงโทษจำคุกสถานเดียวได้ในกรณีที่มีทั้งโทษจำคุกแลปรับ แลตามม.๑๑ ก็เป็นหลักใช้บังตับแก่คดีอาญาทั่วไปเว้นไว้แต่กฎหมายอื่นจะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้เป็นไปตามนั้น เห็นว่า ม.๒๓ จึงนำมาใช้แก่พระราชบัญญัติการพะนันได้ด้วยตามม.๑๑ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยเสียค่าสินบนนำจับด้วยนั้น เห็นว่ากฎหมายให้คำณวนจาก ๑ ใน ๔ ของค่าปรับ เมื่อจำเลยไม่ต้องปรับก็ไม่มีค่าปรับจะเป็นฐานที่คำณวนได้ แลคดีนี้เป็นเหตุในลักษณคดีตามมาตรา ๖๘ ผลแห่งคำพิพากษาจึงใช้แก่จำเลยที่ส่งสำเนาฎีกาไม่ได้ด้วย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








