ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ได้ความว่า เดิมโจทก์จำเลยตกลงกันว่า จำเลยจะจำนองที่สวนรายพิพาทนี้กับโจทก์เป็นเงิน ๓๗๕๐ บาท โดยจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ต่อเดือน แต่โดยที่อัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากำหนดในกฎหมายโจทก์จำเลยจึงตกลงเปลี่ยนทำเป็นสัญญาขายฝาก โดยมีกำหนดไถ่ถอนกลับคืนกันใน ๖ ปี แล้วให้จำเลยเช่าโดยคิดค่าเช่าเดือนละ ๗๕ บาท ซึ่งเท่ากับร้อยละ ๒ ของต้นเงินนั้นเอง โดยการเช่านี้ก็ทำรวมอยู่ในตอนท้ายแห่งสัญญาขายฝากนั่นเอง บัดนี้จำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยโอนกรรมสิทธิในที่ดินแลเรียกค่าเช่าที่ค้างรวม ๕๐ เดือน

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์จำเลยหาได้ตั้งใจทำสัญญาขายฝากแก่กันไม่ แต่เจตนาทำสัญญาจำนองกัน คดีเป็นนิติกรรมอำพรางคู่ความมีสิทธินำพะยานบุคคลมาสืบได้ เห็นว่าต้องบังคับตามลักษณจำนอง จึงพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินแลดอกเบี้ยให้โจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้เดิมโจทก์จำเลยตั้งใจทำสัญญาจำนองกันแต่ก็ได้เปลี่ยนความตั้งใจมาสมัครใจทำกันเป็นสัญญาขายฝาก ซึ่งมีผลตามกฎหมายเก่ากับการขายขายเว้นแต่จำเลยจะซื้อคืนภายในกำหนดตามสัญญา เห็นว่าการขายฝากนี้ได้กระทำกันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจะยกเอาความตั้งใจเดิมมาลบล้างสัญญานี้หาได้ไม่ จำเลยจำต้องปฏิบัติตามสัญญาขายฝาก จึงพิพากษาให้ที่ดินรายพิพาทเป็นสิทธิแก่โจทก์ แลให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้าง ๕๐ เดือนแก่โจทก์ด้วย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th