ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรวมพิจารณาพิพากษากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1013/2526 ของศาลชั้นต้น และให้เรียกนายธวัชชัย พิบูลย์ชัยมงคลจำเลยในคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยคดีนี้ว่าจำเลยที่ 3 โดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสรวง หรือสวง หมื่นหมาด หรือหมื่นหมวดและนายธวัชชัย พิบูลย์ชัยมงคล โดยมีเจตนาฆ่า จำเลยได้ลงมือกระทำผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล บุคคลทั้งสองจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,288 ให้ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 8, 8 หรือ 72, 72 ทวิฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 80 จำเลยที่ 1 อายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำคุกข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 เดือนฐานพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต 4 เดือน ฐานพยายามฆ่า 5 ปี รวมจำคุกจำเลย 15 ปี 10เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 12 ปี ของกลางริบ

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และไม่ริบอาวุธปืนหมายเลขทะเบียน กท. 18001460 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายธวัชชัยได้ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยขณะที่จำเลยสอบถามและขอตรวจค้นนายธวัชชัยและนายสรวงจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงนายธวัชชัยและนายสรวงได้รับบาดเจ็บด้วย คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องหรือไม่นายสรวงและนายธวัชชัยเบิกความว่าขณะที่นายสรวงและนายธวัชชัยจอดรถจักรยานยนต์เพื่อรอนายยงยุทธอยู่ที่ปากซอยเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์มาจอดห่างประมาณ 2 เมตร ถามว่ามารอใครและขอตรวจค้น นายสรวงและนายธวัชชัยไม่ยอมให้ตรวจค้น และติดเครื่องรถจักรยานยนต์จะขับออกไป จำเลยใช้มือซ้ายตบมือนายสรวงจนเครื่องรถดับ เอามือขวาล้วงไปที่เอวเข้าใจว่าล้วงอาวุธปืน นายธวัชชัยกระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนยิงจำเลยห้าหกนัด ตามคำเบิกความของพยานทั้งสองแสดงว่า จำเลยถูกยิงก่อนขณะที่สอบถามและขอตรวจค้นคนทั้งสอง จำเลยเป็นตำรวจมีหน้าที่ตรวจตราจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย เมื่อเห็นนายธวัชชัยและนายสรวงขับรถจักรยานยนต์มาจอดในลักษณะที่ผิดปกติ ทั้งก่อนหน้าขับรถมาจอดก็เห็นคนทั้งสองขับรถวนเวียนอยู่แถวนั้นหลายครั้ง พฤติการณ์ของคนทั้งสองเป็นที่น่าสงสัย การที่จำเลยสอบถามและขอตรวจค้น ย่อมเป็นวิสัยของตำรวจผู้มีหน้าที่รักษาความสงบและป้องกันเหตุร้าย การที่นายธวัชชัย และนายสรวงขับรถจักรยานยนต์วนเวียนอยู่แถวนั้น และไปจอดรถที่ปากซอยเกิดเหตุก็ได้ความจากคำเบิกความของนายธวัชชัยว่าเพื่อจะดักยิงนายต้น ซึ่งเคยทำร้ายนายธวัชชัยมาก่อนแสดงว่านายธวัชชัยและนายสรวงขับรถจักรยานยนต์ไปจอดรอเพื่อก่อเหตุร้ายอันผิดต่อกฎหมายแต่จำเลยได้ไปพบเห็นเสียก่อน เมื่อสอบถามและขอตรวจค้นคนทั้งสองไม่ยอมกลับใช้อาวุธปืนยิงจำเลย จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ถูกนายธวัชชัยและนายสรวงได้รับบาดเจ็บ การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวในการปฏิบัติหน้าที่ และได้กระทำไปพอสมควรแก่เหตุ จึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน."

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th