ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันมีเปลือกไม้สีเสียดอันเป็นของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองจำนวน 2,000 กิโลกรัมซึ่งเกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดไว้มิให้เกินกว่า 30 กิโลกรัม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันซ่อนเร้นซึ่งไม้สีเสียดจำนวนดังกล่าว มีผู้นำเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งห้าได้พร้อมเปลือกไม้สีเสียดดังกล่าวและรถยนต์บรรทุก 6 ล้อซึ่งได้ใช้เป็นยานพาหนะอุปกรณ์ในการกระทำความผิดเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 27, 28, 29,29 ทวิ, 70, 71 ทวิ, 74, 74 จัตวา ฯลฯ ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับ

จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ฐานมีของป่า จำคุกและปรับ ฐานช่วยซ่อนเร้นจำคุกและปรับ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 200 บาท โทษจำคุกให้รอไว้คนละ 1 ปี ริบของกลาง จ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้คืนของกลาง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การริบทรัพย์สินอันเนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มีบัญญัติไว้ในมาตรา 74 และมาตรา 74 ทวิซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 18โดยเฉพาะของกลางที่เป็นยานพาหนะ ได้มีบัญญัติไว้ในมาตรา 74 ทวิว่า "บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา 48 มาตรา 54 หรือมาตรา 69ให้ริบเสียทั้งสิ้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่" เห็นว่า การกระทำความผิดตาม มาตรา 11, 48, 54 และ 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระทำต่อไม้หวงห้าม การแปรรูปไม้ การทำลายป่าและการมีไม้หวงห้ามซึ่งบัญญัติถึงการกระทำแต่ลักษณะของการกระทำความผิดที่บัญญัติไว้ในแต่ละมาตราดังกล่าว สำหรับกรณีนี้ การมีเปลือกไม้สีเสียด อันเป็นของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดอันมิใช่การกระทำอันเป็นความผิดตามมาตรา 11, 48, 54 และ 69 รถยนต์ของกลางซึ่งใช้เป็นยานพาหนะจึงไม่อยู่ในข่ายอันจะพึงริบได้ตามมาตรา 74 ทวิทั้งจะริบรถยนต์ของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ก็ไม่ได้ เพราะรถยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำผิดความผิดของจำเลยอยู่ที่การไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น

พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะรถยนต์ของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th