ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดที่ 2218 เป็นของบรรพบุรุษแล้วเป็นมรดกตกทอดมายังโจทก์ จำเลย และได้แบ่งมรดกปกครองเป็นส่วนสัดตลอดมา เมื่อประมาณ 34 ปีมานี้ เจ้าพนักงานไปรังวัด บรรดาญาติพี่น้องตกลงให้บิดาจำเลยลงชื่อในโฉนด ส่วนที่ดินต่างปกครองมาตามเดิม โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ตามที่ปกครองมา และขอแบ่งแยกโฉนด

ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์อาศัย จึงพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ตามเอกสารปรากฏว่านางพลับ (มารดาและทวดโจทก์) ยังมีชีวิตอยู่ขณะนายเพ็ชร (บิดา จำเลย) นำรังวัดที่ดิน (เพื่อออกโฉนด) เป็นการขัดแย้งกับฟ้องและคำพยานโจทก์นั้น เห็นว่าโจทก์ฟ้องอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นมรดกซึ่งต้นตระกูลของฝ่ายโจทก์ได้ปกครองมาแล้ว โจทก์จึงปกครองสืบมา ฉะนั้นนางพลับตายก่อนหรือภายหลังนายเพ็ชร์นำเจ้าพนักงานรังวัด ก็ไม่เป็นข้อสำคัญแห่งฟ้อง และไม่เป็นเหตุให้โจทก์แพ้คดี ส่วนข้อเท็จจริงเห็นชอบด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th