ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทำสัญญาขายข้าวเปลือกให้กับนายเชย โดยอ้างว่าจำเลยกับนางพันเป็นเจ้าของร่วมกัน แล้วจำเลยบังอาจลงลายมือชื่อนางพัน ซึ่งเป็นลายมือปลอมในสัญญาซื้อขายนั้น อันเป็นหนังสือสำคัญ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่นายเชยโดยได้จ่ายเงินไปตามสัญญาแต่ไม่ได้ข้าว จึงขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222, 223, 224 จำเลยให้การว่า ไม่ได้กระทำผิดดังฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยไม่ได้กล่าวว่า ในฟ้องว่านางพันเป็นผู้เสียหาย และที่ว่านายเชยเป็นผู้เสียหายนั้น ก็เป็นความผิดฐานอื่น ไม่ใช่ความผิดฐานปลอมหนังสือ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามมาตรา 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ข้อที่ว่า โจทก์มิได้กล่าวถึงนางพันว่าเป็นผู้เสียหาย กล่าวถึงแต่นายเชยซึ่งนายเชยเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานอื่น ไม่ใช่ปลอมหนังสือนั้น มีปัญหาว่านายเชยจะเป็นผู้เสียหายฐานปลอมหนังสือหรือไม่ เห็นว่า นายเชยเป็นผู้ถูกหลอกลวงโดยหนังสือปลอมฉบับนี้ แม้หนังสือนี้จะเป็นการปลอมลายมือชื่อของนางพัน หรือปลอมชื่อบุคคลอื่น ที่ไม่มีตัวตนก็ดี ก็นับว่าเป็นการปลอมหนังสือ และผู้กระทำการปลอมก็มีความผิดฐานปลอมหนังสือ ซึ่งคดีนี้นายเชยเป็นผู้ถูกหลอกลวงและหลงเชื่อตามหนังสือปลอมนั้น จะจ่ายเงินให้แก่จำเลยไป นายเชยจึงเป็นผู้ได้รับความเสียหายจากหนังสือปลอมนั้น
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


