ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์จำเลยพิภาษกันเรื่องเลิกหุ้นส่วนโรงสีซึ่งโจทก์จำเลยออกันคนละ ๖๐๐๐ บาท แล้วได้ตกลงทำสัญญายอมความกันดังนี้ "โจทก์จำเลยตกลงยอมความกัน คือจำเลยยอมซื้อโรงสี โดยจำเลยออกเงินใช้โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วน ๖๐๐๐ บาท แล้วโจทก์จะไม่เกี่ยวข้องแก่โรงสีต่อไป โดยหมดสิทธิมอบให้ฝ่ายจำเลยเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว จำเลยขอผัดใช้เงินให้เสร็จภายใน ๘ เดือน ถ้าไม่ใช้ยอมให้ปรับและนำยึดทรัพย์" ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยคิดยักย้ายทรัพย์ ขอให้ศาลยึดทรัพย์ไว้จนกว่าจำเลยจะใช้เงินตามยอม ศาลออกหมายยึดโรงสี ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้าน

ปัญหามีว่า สัญญายอมนี้เป็นสัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์แต่วันทำสัญญายอมหรือจะสำเร็จบริบูรณ์เมื่อจำเลยใช้เงินเสร็จ

ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์เห็นว่าการซื้อขายยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ เพราะมีเงื่อนไขว่าเมื่อจำเลยออกเงิน ๖๐๐๐ บาทให้โจทก์แล้ว โจทก์จะไม่เกี่ยวข้องในโรงสีต่อไป โจทก์จึงยังมีสิทธิที่จะยึดโรงสีได้ และผู้ร้องซึ่งซื้อจากจำเลยจึงยังไม่ได้กรรมสิทธิบริบูรณ์

ศาลฎีกาเห็นว่า การซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์ตั้งแต่วันทำสัญญายอมเป็นต้นไป ทรัพย์สมบัติของหุ้นส่วนตกเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว โจทก์เป็นเพี่ยงเจ้าหนี้เท่านั้น ให้ถอนการยึดโรงสีเสีย

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th