ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าโจทก์เหล่านี้เป็นหุ้นส่วนกันจำเลยจ้างให้ห้างหุ้นส่วนของโจทก์ไถนาในการทำสัญญานี้ ฮ.ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนของพวกโจทก์เป็นผู้ลงนามในสัญญาแทนโจทก์ ปรากฎว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงินค่าจ้างให้โจทก์อีก ๑๓๑๗ บาท ๒๗ สตางค์ก่อนคดีนี้นายยับฮุนฮกผู้เดียวได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยนี้ แต่ศาลได้ยกฟ้องเสีย บัดนี้หุ้นส่วนทุกคนร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระเงินที่ค้างอยู่

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้โจทก์ชนะคดี

จำเลยฎีกาว่า ๑.โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีตามมาตรา ๑๐๔๙ แห่งประมวลแพ่ง(๒) คดีนี้คำพิพากษาถึงที่สุดแล้วตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๔๘

ศาลฎีกาเห็นว่า ม.๑๐๔๙ ใช้บังคับแก่คดีนี้ไม่ได้ เพราะผู้ถือหุ้นทั้งหมดร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องในฐานเป็นตัวการตามม.๘๐๖จึงฟ้องได้ การที่ผุ้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญไปลงนามในสัญญาในฐานเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนแล้วผู้ถือหุ้นทั้งหมดย่อมเป็นโจทก์ได้แม้ห้างจะมิได้จดทะเบียนก็ดี ส่วนฎีกาข้อ ๒ นั้น เห็นว่าคดีนี้+ก่อนใช้ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงต้องวินิจฉัยตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง ร.ศ.๑๒๗ ม.๓ ซึ่งข้อบัญญัติก็คล้ายกัน แต่บทบัญญัติในมาตรา ๓ นั้นจะนำมาบังคับไม่ได้ เพราะคดีก่อนที่ศาลพิพากษาเด็ดขาดไปแล้วนั้น ประเด็นมีว่า โจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนคนเดียวฟ้องคดีที่เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนได้หรือไม่ ศาลวินิจฉัยว่าฟ้องไม่ได้ผู้ถือหุ้นจึงร่วมกันฟ้องคดีนี้ขึ้นใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเรื่องคนละประเด็น จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th