ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์เป็นบิดา จำเลยเป็นบุตร์สาวโจทก์มีชื่อร่วมกันในหน้าโฉนดที่ดิน ต่อมาจำเลยหนีโจทก์ผู้บิดาตามชายไป โจทก์ได้ครอบครองที่ดินนั้นมาแต่ผู้เดียวเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี โจทก์ฟ้องขอให้ถอนชื่อจำเลยออกจากหน้าโฉนด หรือแสดงว่าจำเลยไม่มีกรรมสิทธิในที่ดิน

ศาลแพ่งเห็นว่า จะถือว่าจำเลยสละกรรมสิทธิที่ดินนั้นไม่ได้ และเป็นเรื่องที่โจทก์ยึดถือที่ดินแทนจำเลยผู้เป็นบุตร์ด้วย จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผุ้มีชื่ในโฉนดด้วยกันเป็นเจ้าของร่วมกันและถือได้ว่าได้ยึดถือครอบคอรงแทนกันด้วย จะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือได้ก็โดยบอกกล่าวไปยังผู้มีกรรมสิทธิร่วมว่าไม่เจตนาจะยึดถือไว้แทนอีกต่อไป ม.๑๓๘๒ ประมวลแพ่งฯ มุ่งหมายใช้สำหรับทรัพย์สินของผู้อื่นโดยตรง หาใช่ทรัพย์สินที่มีกรรมสิทธิร่วมไม่ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่บิดากับบุตร์เป็นเจ้าของที่ดินร่วมกันนั้น ย่อมจะต้องสันนิษฐานว่าต่างครอบครองที่ดินเพื่อตนเองและแทนกัน เมื่อโจทก์ยึดถือครอบครองแทนจำเลยแล้ว การที่จำเลยออกไปจากที่ดิน จำเลยจึงยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในส่วนของจำเลยอยู่ตลอดไป ตราบเท่าที่โจทก์ยังมิได้บอกกล่าวว่าจะครอบครองยึดถือเพื่อฉะเพาะตนเองไม่ครอบครองยึดถือเพื่อฉะเพาะตนเองไม่ครอบครองแทนจำเลยต่อไปเมื่อดังนั้นประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๘๒ จึงยังจะนำมาใช้บังคับคดีนี้มิได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อให้ยกฟ้องโจทก์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th