ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้โจทก์จำเลยทำสัญญายอมความกัน ศาลพิพากษาตามยอมโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา จำเลยนำยึดที่ดินโฉนดที่ 5076 ของโจทก์และขายทอดตลาดได้เงิน 24,050 บาท

ก่อนวันขายทอดตลาด 2 วัน ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าตนเป็นเจ้าหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ขอรับส่วนเฉลี่ย

วันนัดพร้อม จำเลยแถลงว่าโจทก์ยังมีที่ดินอีก 2 โฉนด แต่โจทก์ได้โอนให้แก่บุตรของโจทก์ภายหลังที่ศาลพิพากษาคดีที่โจทก์จำเลยยอมความกันแล้ว และคัดค้านไม่ยอมให้ผู้ร้องรับส่วนเฉลี่ย สำหรับที่ดิน 2 โฉนดนี้โจทก์ยอมรับว่าได้โอนไปแล้วจริง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า การโอนของโจทก์ภายหลังที่เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ อนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับส่วนเฉลี่ยในราคาทรัพย์ของโจทก์ที่จำเลยนำยึด

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ในขณะนี้โจทก์ไม่มีทรัพย์อื่นใดที่ผู้ร้องจะสามารถนำยึดเอามาชำระหนี้ของตนได้ นอกจากขอรับส่วนเฉลี่ยในทรัพย์ของโจทก์ผู้เป็นลูกหนี้จำเลยและผู้ร้อง ส่วนที่โจทก์โอนที่ดินให้บุตรโจทก์ไปแล้วนั้นเป็นการทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งชอบจะไปว่ากล่าวฟ้องร้องกันต่างหาก ในชั้นนี้มีปัญหาเพียงว่า ผู้ร้องสามารถจะเอาชำระหนี้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ได้หรือไม่ เมื่อปรากฏว่าในขณะนี้โจทก์ไม่มีทรัพย์อื่นใดให้ผู้ร้องได้อีก สิทธิของผู้ร้องที่จะขอรับส่วนเฉลี่ยในทรัพย์รายที่จำเลยนำยึดย่อมมีขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th