ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าโจทก์เป็นบุตร์เลี้ยง ก. จำเลยเป็นบุตร์ ก. ๆ มีนาอยู่แปลงหนึ่ง โฉนดที่ ๔๘๑๒ ราคา ๖๐๐ บาท เมื่อประมาณ ๑๖, ๑๗ ปีมานี้ ก.ได้แบ่งที่นี้ให้แก่โจทก์และจำเลย โจทก์ จำเลยต่างเข้าครอบครองทำกินในที่นานั้นตามส่วนสัด ครั้น ก. ตาย จำเลยนำโฉนดที่นานายนี้ไปประกาศรับมฤดกต่อหอทะเบียนที่ดิน โจทก์มิได้ไปร้องด้วย เพราะจำเลยรับรองว่าจะเอาชื่อโจทก์ใส่ในโฉนดด้วย ครั้นโอนรับมฤดกเสร็จแล้วปรากฎว่าน่าโฉนดไม่มีชื่อโจทก์ๆ จึงฟ้องคดีนี้ขอให้แบ่งแยกที่ดินลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ที่นาตอนพิพาทเป็นสิทธิแก่โจทก์ ให้จำเลยแบ่งแยกให้โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาตัดสินว่าศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินต้องกันมาว่าโจทก์ครอบครองที่รายพิพาทมาโดยเปิดเผยด้วยความสงบพร้อมทั้งเจตนาเป็นเจ้าของเกิน ๑๐ ปี แล้ว ที่จำเลยคัดค้านว่าการยกให้มิได้ทำตามแบบกฎหมายจึงมิต้องวินิจฉัยถึง ส่วนฎีกาของจำเลยอีก ๒ ข้อนั้น ก็เป็นการเถียงข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.๒๔๘ โจทก์เป็นผู้อยู่ในฐานะจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิจดทะเบียนการโอนรับมฤดกเสียแต่ผู้เดียว โจทก์เสียเปรียบ จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th