ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยสองสามีภริยาโดยอ้างว่า ที่พิพาทเป็นที่ลาดหน้าตลิ่ง ซึ่งโจทก์ครอบครองมา เดิมจำเลยเคยเช่าจากโจทก์แล้วเลิกเช่า ต่อมาจำเลยได้บุกรุกเข้าแย่งสิทธิครอบครองทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง จำเลยได้ยึดถือครอบครองมาประมาณ 20 ปี ไม่ได้บุกรุกและไม่เคยเช่าจากโจทก์ คู่ความรับกันว่า ที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่งน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาโจทก์ถือสิทธิครอบครองมาก่อนจำเลย จำเลยเข้าอยู่โดยอาศัยสัญญาเช่ากับโจทก์ แต่เลิกเช่ามา 3 ปีแล้ว ที่จำเลยเช่าเพราะเข้าใจว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ เมื่อทราบว่าเป็นที่สาธารณะจำเลยจึงบอกเลิกการเช่า ขณะนี้จำเลยไม่ได้ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยอำนาจของโจทก์แล้วคู่ความไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง จะขอให้ขับไล่จำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่งริมลำน้ำเจ้าพระยาน้ำท่วมถึงในฤดูน้ำและไม่ติดกับที่ของโจทก์ โดยมีทางสาธารณะคั่นจึงเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) ฉะนั้นแม้โจทก์จะได้ครอบครองทำกินในที่พิพาทมาก่อนจำเลย โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยเพื่อโจทก์จะได้เข้ายึดถือที่พิพาทเพื่อตนโดยไม่ยอมให้สาธารณชนเข้าใช้สอยด้วยได้ พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th