ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีฟังได้ตามฟ้องและคำให้การว่า โจทก์เลิกจ้างนายทรงศักดิ์ เต็งรัตนประเสริฐ กับพวกรวม 5 คนซึ่งทำหน้าที่เป็นครูโรงเรียนราษฎร์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย บุคคลเหล่านั้นยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานว่าโจทก์เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และไม่จ่ายค่าชดเชยให้เป็นการไม่ชอบ จำเลยที่ 2 ในฐานะพนักงานตรวจแรงงานพิจารณาออกคำสั่งโดยการสอบถามข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เลิกจ้างบุคคลเหล่านั้นโดยไม่เป็นธรรม โจทก์ต้องจ่ายค่าชดเชยให้จึงอาศัยอำนาจตามความในข้อ 77 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 มีคำเตือนที่ 1/2520 ลงวันที่ 21 เมษายน 2520 เตือนให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างเหล่านั้นการพิจารณาคำร้องนั้นมิได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มีปัญหาสู่ศาลฎีกาเฉพาะจำเลยที่ 2 ว่าคำเตือนของจำเลยที่ 2 ชอบหรือไม่

โจทก์ฎีกาว่าคำเตือนของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบ เพราะที่ถูกนั้นโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และจำเลยที่ 2 พิจารณาคำร้องโดยมิให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และมิได้นำพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์และระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้นตลอดจนระเบียบคุรุสภามาประกอบการพิจารณา พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่นายทรงศักดิ์เต็งรัตนประเสริฐ กับพวกยื่นคำร้องว่าโจทก์เลิกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชยเป็นการไม่ชอบนั้น มิใช่เป็นกรณีพิพาทกันในเรื่องกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อความเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงมิใช่เป็นเรื่องที่ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 แต่เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ดังนั้น จำเลยที่ 2 ไม่ต้องดำเนินการพิจารณาคำร้องตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และไม่มีข้อบังคับใดให้ต้องนำพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ ระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น และระเบียบคุรุสภามาประกอบการพิจารณา การพิจารณาคำร้องจึงเป็นการชอบ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ถูกโจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจออกคำเตือนให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยได้ตามความในข้อ 77 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th