ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินยืมพร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจำนวน ๑๐,๓๘๐.๑๓ บาท ให้แก่ธนาคารโจทก์และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยทั้งสามไม่ได้กู้เงินโจทก์ไปตามฟ้อง สัญญากู้เงินตามฟ้องเป็นนิติกรรมอำพราง โจทก์เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้อง (ที่ถูกดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง) ต้องไม่เกิน ๓๘๐.๑๓ บาท กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๘๐๐ บาท

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามมีว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยทั้งสามฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะฟ้องโจทก์ระบุว่านายธรรมนูญ ทองนุ่น เป็นโจทก์ แต่ในคำขอท้ายฟ้องกลับขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารโจทก์ ทำให้จำเลยทั้งสามไม่เข้าใจคำฟ้องและคำขอบังคับของโจทก์ เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้ระบุถึงตัวบุคคลซึ่งเป็นโจทก์ผู้ยื่นคำฟ้องไว้โดยแจ้งชัดว่า คือนายธรรมนูญ ทองนุ่น และบรรยายถึงสภาพแห่งข้อหาว่า เป็นเรื่องกู้ยืมเงินโดยโจทก์เป็นผู้ให้จำเลยทั้งสามกู้เงินไปจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท และกล่าวถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นว่า จำเลยทั้งสามไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยคืนให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีคำขอบังคับให้จำเลยทั้งสามชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามก็สามารถให้การต่อสู้คดีได้ถูกต้องว่า โจทก์เป็นผู้นำเงินจำนวนที่อ้างว่าให้กู้ยืมมาลงหุ้นในกองทุนสวัสดิการผู้บริหารสำนักงานการประถมศึกษา อำเภอบันนังสตา และจำเลยทั้งสามในฐานะกรรมการของกองทุนดังกล่าวได้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้เงินตามฟ้องเพื่อเป็นหลักฐานว่าโจทก์ได้นำเงินมาลงหุ้นเท่าใด ส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสามทราบดีอยู่ว่าโจทก์มีสภาพเป็นบุคคลธรรมดามิใช่เป็นนิติบุคคลมาแต่ต้น การที่คำขอท้ายฟ้องของโจทก์มีคำว่าธนาคารโจทก์อยู่ด้วยนั้น คงเป็นเพียงการพิมพ์ผิดพลาดไป ไม่ทำให้จำเลยทั้งสามถึงกับไม่เข้าใจคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น?

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th