ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงเงิน 3,000 บาท ของนายเสาจั๊บจึงขอให้ลงโทษและคืนทรัพย์

ศาลแขวงพระนครเหนือประทับฟ้องแต่ข้อหาส่วนอาญา ส่วนคำขอที่ให้คืนทรัพย์นั้นว่า เกินอำนาจให้แยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 41 แล้วดำเนินการพิจารณาพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304

โจทก์ จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งของศาลแขวงที่ให้แยกฟ้องนั้น ไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์ไม่อุทธรณ์ภายในกำหนด จึงขาดอายุอุทธรณ์ ส่วนข้อเท็จจริงพิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การสั่งแยกฟ้องคดีแพ่งตาม มาตรา 41 เป็นแต่เพียงอ้างเหตุติดขัดในเรื่องอำนาจศาลเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการชี้ขาดในประเด็นสำคัญ จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตาม มาตรา 196 และเห็นว่า ในคดีฉ้อโกงทรัพย์นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43, 44 อนุญาตให้พนักงานอัยการขอเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียได้รวมไปกับคดีอาญา ศาลแขวงจึงมีอำนาจที่จะพิจารณาพิพากษาได้ จึงพิพากษาแก้เฉพาะเรื่องคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้ศาลแขวงพระนครเหนือพิจารณาพิพากษาคำขอโจทก์ในข้อนี้ต่อไป

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th