ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขอซื้อนาของโจทก์ 50 ไร่ราคา 1,000 บาท โจทก์รับมัดจำไว้จากจำเลย 200 บาท อีก 800 บาทจะชำระในวันทำหนังสือสัญญาซื้อขาย บัดนี้จำเลยกลับปฏิเสธเรื่องซื้อ และอ้างสิทธิครอบครอง จึงขอให้แสดงว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของโจทก์ และขอให้ขับไล่จำเลย
จำเลยต่อสู้ว่า ไม่เคยขอซื้อที่พิพาทจากโจทก์ จำเลยครอบครองที่พิพาทโดยการเป็นเจ้าของมากว่า 20 ปี
ศาลชั้นต้นเชื่อพยานโจทก์ จึงพิพากษาขับไล่จำเลย
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ขายที่พิพาทซึ่งเป็นที่มือเปล่าแก่จำเลยเป็นราคา 200 บาท ได้รับชำระเงินแล้ว และมอบการครอบครองให้จำเลยแล้ว ไม่มีสิทธิมาฟ้องขับไล่จำเลย จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกาคัดค้านว่า ถ้าเป็นเรื่องซื้อขายเด็ดขาด จำเลยก็ควรจะได้ต่อสู้ไว้ในทางนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยมิได้ยกในเรื่องซื้อขายเด็ดขาดขึ้นต่อสู้ แต่โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้องก่อน เมื่อสืบได้ไม่สม คือกลับได้ความว่า ได้ขายที่แก่จำเลยเด็ดขาดแล้ว โจทก์ก็ต้องแพ้คดี จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


