ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์อ้างว่าเป็นภริยาผู้ตาย จึงฟ้องขอรับส่วนแบ่งมฤดก
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ขาดจากสามีภริยากับผู้ตายเสียก่อนแล้ว จึงพิพากษายกฟ้องและให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมค่าทนาย ๒๕๐ บาทแทนจำเลย.
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ผู้กับผู้มรณะเพียงแต่แยกกันอยู่ ยังไม่ขาดจากสามีภริยากันตามกฎหมาย โจทก์ผู้เป็นภริยาร้างไม่เสียสิทธิ์ที่จะได้รับมฤดก จึงพิพากษากลับสัตย์ศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาเรื่องแบ่งทรัพย์มฤดกของผู้มรณะต่อไป ค่าธรรมเนียมค่าทนายโจทก์ชั้นนี้เป็นเงิน ๑๐๐ บาทให้ชักจากกองมฤดก.
จำเลยฎีกาว่าโจทก์กับผู้มรณะขาดจากสามีภริยากันแล้ว โจทก์คัดค้านว่าจำเลยยื่นฎีกาโดยมิได้ นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจำเลยจะต้องเสียแทนโจทก์มาวางศาล
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นผู้ชนะคดีในศาลชั้นต้น จึงไม่จำเป็นจะต้องวางเงินค่าธรรมเนียม ยื่นฎีกาข้อคัดค้านของโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า โจทก์กับผู้ตายเป็นสามีภริยากันโดยทางแต่งงาน ได้แยกกันอยู่เป็นเวลาช้านานหลายปีมาแล้วแต่ไม่ปรากฎว่าได้ทำนิติกรรมหย่าขาดจากกัน และฟังไม่ได้ว่าได้แบ่งปันทรัพย์กันแล้ว ฟังได้อย่างมากก็เพียงว่าไม่ได้อยู่กินด้วยกันอย่างสามีภริยา จึงเห็นว่าโจทก์กับผู้มรณะยังไม่ขาดจากสามีภริยากันตามกฎหมาย โจทก์จึงเป็นภริยาร้างและผู้มรณะได้มรณะเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๑ สิทธิในทางมฤดกของโจทก์ตกอยู่ในบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งบรรพ ๖ ซึ่งตามม.๑๖๒๘ ภริยาร้างไม่สิ้นสิทธิ์ในทางสืบมฤดกของสามี จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

