ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 5451 ของโจทก์บางส่วนเนื้อที่ 40 ตารางวา เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยมีกำหนดเวลา 1 ปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าโจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกไป แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและรื้อถอนบ้านของจำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องสอดมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ซึ่งตั้งอยู่ติดกับเขตที่ดินของโจทก์ ในการรังวัดที่ดินเพื่อทำแผนที่พิพาทคดีนี้ โจทก์น่าจะนำชี้แนวเขตที่ดินรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ผู้ร้องสอดดูแลอยู่ ผู้ร้องสอดจึงจำต้องยื่นคำร้องสอดเพื่อเป็นการคุ้มครองและป้องกันมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดเอาที่ดินสาธารณประโยชน์ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนขอให้มีคำสั่งให้ดำเนินการทำแผนที่พิพาทในคดีนี้ใหม่โดยการปูโฉนดที่ดินของโจทก์และที่ดินข้างเคียงเพื่อให้ทราบแนวเขตที่ดินที่แน่นอน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องของผู้ร้องสอดไม่มีเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องสอดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ผู้ร้องสอดฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ. 2534 มิได้กำหนดให้อำเภอมีฐานะเป็นนิติบุคคลอย่างเช่นจังหวัด แม้จะมีพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 มาตรา 122 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 62 วรรคสามและระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2515 ข้อ 4(1) และ ข้อ 5(1) กำหนดให้นายอำเภอหรือกรมการอำเภอมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ ก็ไม่เกี่ยวกับผู้ร้องสอดซึ่งเป็นส่วนราชการ และไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้ผู้ร้องสอดมีฐานะเป็นนิติบุคคลผู้ร้องสอดจึงไม่มีอำนาจร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามที่ผู้ร้องสอดฎีกาขึ้นมาอีกต่อไป

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th