ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายทรัพย์สิน และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่าไม่เคยเช่าที่ดินจากโจทก์ สัญญาเช่าท้ายฟ้องเป็นสัญญาปลอม จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ครอบครองที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี จึงได้สิทธิครอบครอง คดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความไม่ได้โต้แย้งกันว่าที่พิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งทางราชการออกให้แก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2509 และยังไม่มีการออกโฉนดให้แก่ผู้ใด ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ขายฝากให้แก่นางสาวแตงอ่อนชัยมงคล มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2510 นางสาวแตงอ่อนได้ขายให้แก่นางมณฑา ศรีสันต์ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2512และนางมณฑาได้ขายให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2513 โจทก์ได้ร้องขอต่ออำเภออู่ทอง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2519 ให้ทางอำเภอเรียกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไปตกลงในเรื่องค่าเช่าที่พิพาทในปี 2517และ 2518 ที่ค้างชำระ จำเลยที่ 1 ที่ 3 โต้แย้งว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาท ทางอำเภอจึงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายไปฟ้องร้องต่อศาลเพื่อแสดงกรรมสิทธิ์กันต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์และจำเลยที่ 1 ที่ 3 ได้โต้แย้งโจทก์ว่าเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่พิพาทตามบันทึกของอำเภออู่ทอง ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ดังนั้นถึงแม้โจทก์จะมีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.1 ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 3โต้แย้งโจทก์ว่าตนเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่พิพาทซึ่งแสดงว่าได้เข้าแย่งการครอบครองที่พิพาทไปจากโจทก์แล้วเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม2519 โจทก์จึงต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้นภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2519 นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 แต่โจทก์เพิ่งฟ้องเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2525ซึ่งเกินกว่ากำหนดเวลา 1 ปี โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาท

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th