ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โจทก์มีตำแหน่งหน้าที่สุดท้ายเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 49 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม กับให้ชำระค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยชำระเงิน 309,662 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ และให้ชำระเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินค่าน้ำมันรถ 2,000 บาท ที่ค้างชำระทุกระยะเวลาเจ็ดวัน นับแต่วันที่ 22 มีนาคม2527 อันเป็นวันพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ 15 มีนาคม 2527ที่ถึงวันกำหนดจ่าย

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะไม่ได้แสดงแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างอันอาศัยเป็นเหตุแห่งข้อหาให้ชัดเจนพอที่จำเลยจะเข้าใจ อันอาจทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ จำเลยไม่เคยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ กับตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะมิได้ฟ้องคดีเสียภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 6,894 บาท ค่าชดเชย 41,364 บาท เงินประกัน 3,805บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 344.70 บาท ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินต้นทุนจำนวนนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ในปัญหาตามประเด็นฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยมิได้ให้การโดยชัดแจ้งว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตรงไหน อย่างไร จึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ การที่ศาลแรงงานกลางกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทแล้วยอมรับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จำเลยจะอุทธรณ์ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนปัญหาตามประเด็นข้อ 2 เฉพาะฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยต่อสู้ในคำให้การสั้น ๆ ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะมิได้ฟ้องคดีภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยที่คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยเงินประกัน ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี เงินเพิ่ม ค่าจ้างค้างชำระ ค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เป็นเงินหลายจำนวน อายุความมีหลายประเภท มีกำหนดเวลาต่างกันเป็นเรื่อง ๆ ไป จึงต้องแสดงเหตุแห่งการปฏิเสธว่าจำเลยอ้างอายุความในเรื่องใด เหตุใดฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความคำให้การของจำเลยสั้น ๆ ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง ศาลแรงงานกลางไม่ควรกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาท การที่ศาลแรงงานกลางยอมรับวินิจฉัยให้ จำเลยจะถือเอาเป็นเหตุอุทธรณ์ไม่ได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยอีกเช่นกันสำหรับปัญหาตามประเด็นข้อ 3 โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยหรือไม่ ศาลแรงงานกลางยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงในข้อที่ว่า ขณะที่โจทก์ยังเป็นทนายความประจำอยู่ที่สำนักงานบำรุง สุวิชา อภิศักดิ์ นั้น จำเลยจ้างสำนักงานหรือจ้างโจทก์เป็นส่วนตัว ครั้นโจทก์ออกจากสำนักงานดังกล่าวแล้ว จำเลยจ้างโจทก์เป็นทนายความดำเนินคดีทั่วไปทุกคดีหรือจ้างดำเนินคดีแต่ละคดี โดยเฉพาะเอกสารหมาย ล.8 เป็นใบสมัครเข้าทำงานกับจำเลยหรือเป็นการแจ้งข้อมูลส่วนตัวของโจทก์ โจทก์ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และจำเลยมีอำนาจบังคับบัญชาให้คุณให้โทษแก่โจทก์ได้หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวยังโต้เถียงกันไม่ได้เป็นที่ยุติ หากข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นยุติแล้วก็จะเป็นข้อที่ทำให้การวินิจฉัยได้ความชัดเจนว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยหรือไม่ เห็นควรย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ใหม่

ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย และโจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 6,894 บาท ค่าชดเชย 41,364 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี 344.70 บาท และเงินประกัน 3,805 บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยจ่ายค่าน้ำมันรถหรือค่าพาหนะซึ่งถือเป็นค่าจ้าง2,538.80 บาท พร้อมทั้งเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของค่าจ้างดังกล่าวทุก 7 วัน นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่น ๆ ให้ยกเลิกเสีย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำรวจประชุมปรึกษาแล้วปัญหาข้อแรกที่จำเลยอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่าปัญหาตามข้ออุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว จำเลยได้ยกขึ้นอุทธรณ์มาแล้วในครั้งก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในปัญหาดังกล่าวย่อมเป็นอันยุติ จำเลยจะยกขึ้นอุทธรณ์อีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2523 มาตรา 31 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

ส่วนปัญหาข้ออื่น ๆ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 55 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th