ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

จำเลยสร้างตึกขึ้น 1 หลังในที่ธรณีสงฆ์วัดเทพศิรินทร์ แล้วอุทิศให้คณะสงฆ์วัดเทพศิรินทร์ ภายหลังได้ให้โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกหลังนี้ทำโรงแรมมีกำหนด 3 ปี ทางคณะสงฆ์ทราบความเข้าไม่ยินยอมจำเลยจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่าเรียกค่าเสียหายและเงินประกันเป็นเงิน 9,586 บาท 71 สตางค์

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญา ให้จำเลยคืนเงินค่าเช่าและค่าประกันที่รับไว้แล้วให้แก่โจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 4,186 บาท 71 สตางค์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ จำเลยต่างฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะได้อุทิศตึกหลังที่ให้โจทก์เช่าถวายวัดแล้วก็ดี แต่ก็ไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้ล่วงรู้ความข้อนี้ฉะนั้นจำเลยจึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่า ถ้าหากโจทก์ได้เช่าต่อไปครบ 3 ปีตามสัญญาเช่า จะได้กำไร 5,400 บาทนั้น นับว่าเป็นค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษซึ่งไม่ได้ความว่า คู่กรณีได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์นั้นล่วงหน้า จึงไม่ควรให้จำเลยต้องรับผิดจึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th