ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยมีมอร์ฟีนไฮโดรโคลไรต์ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษไว้โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐานมียาเสพติดให้โทษมาครั้งหนึ่งแล้วพ้นโทษมายังไม่ครบ ๕ ปี
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำเลยตาม พรบยาเสพติดให้โทษ ม.๒๖,๒๓(ข) ให้ปรับจำเลย ๕ เท่า ราคายา แต่ไม่ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๓(ข) แล้วเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.๗๒ เพราะ ม.๒๖ ในพรบยาเสพติดให้โทษอันเป็นกฎหมายพิเศษมีบทเพิ่มโทษอยู่แล้ว จึงนำ ม.๗๒ แห่งกฎหมายอาญามาใช้ไม่ได้ตาม ม.๑๑ แห่งกฎหมายนั้น
โจทก์ฎีกาว่า ควรเพิ่มโทษจำเลยตาม ม.๗๒ เพราะเป็นบทที่หนักกว่า
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องการเพิ่มโทษจำเลยตาม พรบยาเสพติดให้โทษนั้นมี ม.๒๖ ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษบัญญัติอยู่ชัดเจนแล้ว ตาม ม.๑๑ แห่งกฎหมายอาญาจะนำ ม.๗๒ มาใช้เพิ่มโทษมิได้ และคดีนี้ไม่ใช่เรื่องจำเลยทำละเมิดกฎหมายหลายบทตามกฎหมายอาญา ม.๗๐ ฉะนั้นปัญหาเรื่องใช้บทกฎหมายที่มีโทษหนักจึงไม่เกิดขึ้น จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

