ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทย์ฟ้องว่าจำเลยเป็นกงสุลสยามที่ปินังได้ยักยอกเงินหลวงไป ๙๓๐๕๔ บาท ๒๕ สตางค์ ขอให้ลงโทษตาม ม.๑๓๑.
จำเลยให้การปกิเสธ แลตัดฟ้องว่าตามกฎหมายปินัง คดีเรื่องยักยอกมีกำหนดอายุความ ๖ เดือน แต่โจทย์ฟ้องเกิน ๖ เดือน
ศาลอาญาตัดสินว่า โจทย์สืบได้ความครบถ้วน ๔ ประการ ดังบัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณอาญา มาตรา ๑๐ ข้อ ๔ แต่ข้อตัดฟ้องของจำเลยเรื่องกำหนดอายุความนั้น ต้องใช้ตามกฎหมายอาญาสยาม ในคดีนี้โจทย์ฟ้องภายในกำหนด ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๗ ปี และใช้เงินหลวง ๙๓๐๕๔ บาท ๒๕ สตางค์
ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุกจำเลย ๕ ปี และให้ใช้ทรัพย์
จำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลเดิมตัดสินจำคุก ๗ ปี ศาลอุทธรณ์แก้กำหนดโทษ ๕ ปี นั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาไม่ได้ ต้องห้ามตามพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. ๒๔๖๑ ม. ๓ และฎีกาที่ ๕๘๖/๒๔๖๔ แต่ในเรื่องทรัพย์ที่จำเลยจะต้องใช้นั้น จำเลยมิได้โต้เถียงในชั้นศาลเดิม จำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามฎีกาที่ ๘๑๔/๒๔๖๔ ส่วนข้ออายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอาญา จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









