ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์ถึงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๔" ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตถึงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔" จำเลยยื่นอุทธรณ์วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าล่วงเลยระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้ว จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์และขอให้รับอุทธรณ์โดยอ้างเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยเห็นว่า ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยและไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ต่อมาวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ จำเลยยื่นอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีกโดยอ้างเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ยกคำร้อง

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไปอีก ๑๕ วัน

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีคำสั่งว่า เหตุต่าง ๆ ที่ทนายจำเลยอ้างมานั้น หาใช่พฤติการณ์พิเศษหรือเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จึงไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของจำเลย ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นได้เขียนวันที่ไว้ชัดเจนแล้ว การที่ทนายจำเลยไม่มาดูคำสั่งศาลด้วยตนเองเป็นความประมาทเลินเล่อของทนายจำเลย และการที่ทนายจำเลยเจ็บป่วยเป็นลมหน้ามืดต้องเข้ารักษาตัวใน โรงพยาบาลในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการยื่นอุทธรณ์ ก็ไม่เป็นเหตุสุดวิสัยเพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๔ ทนายจำเลยทราบคำสั่งแล้ว ย่อมมีเวลาพอที่จะทำอุทธรณ์ยื่นต่อศาลได้ทันตามกำหนดเวลา แม้ทนายจำเลยป่วยจำเลยก็สามารถแต่งตั้งทนายความคนใหม่เรียงอุทธรณ์ให้ได้ กรณีจึงไม่มีพฤติการณ์พิเศษ และไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้จำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕

ส่วนที่จำเลยฎีกาประการต่อมาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย และจำเลยได้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าวมายังศาลอุทธรณ์ภาค ๘ และศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นแล้วคำสั่งนี้เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคท้าย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th