ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

ได้ความว่าจำเลยเปนต้นคิดไปหลอกลวง ช. ว่า ญาติของจำเลยต้องการขายทองรูปพรรณ จึงตกลงนัดให้ ช. ไปซื้อในวันรุ่งขึ้น แลบอกให้ ช. พกเงินไปด้วย ครั้นวันเกิดเหตุจำเลยกับพวกก็มารับ ช. และขึ้นรถไปด้วยกัน พอถึงสะพานดำ รถก็เลี้ยวเข้าตรอก แล้ว ช. ก็ลงเดินตามจำเลยไปในตรอก พบชายแต่งเครื่องแบบตำรวจเข้ามาพูดซุบซิบกับจำเลย แล้วชายแต่งเครื่องแบบก็เข้ามาค้นสิ่งของที่ในตัว ช. กับพวกของ ช. ช. ไม่ยอมให้ค้น ทันใดนั้นมีชาย ๕ คน ซึ่งแอบอยู่ริมทาง ในตรองถือดาบปลายแหลมคนละเล่ม พากันเข้ามาจับ ช. และพวกของ ช. แล้วช่วยกันค้นทรัพย์ได้ทรัพย์ไป ๕๙ บาท แล้วจำเลยก็วิ่งหนีออกหน้า ส่วนพวกขอจำเลยก็วิ่งตามไปทางเดียวกัน ศาลอาญาตัดสินลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ตามมาตรา ๒๙๓ กับให้ใช้ทรัพย์

ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่า คดีนี้เป็นคดีปล้นทรัพย์ แต่เห็นว่าจำเลยเป็นผู้สมรู้ เพราะไม่ได้ลงมือทำอะไร การที่จำเลยล่อลวงเจ้าทรัพย์ไปเป็นการอุปการะเท่านั้น

ฎีกาตัดสินว่า จำเลยมีผิดฐานปล้นทรัพย์ เพราะกิริยาที่พวกของจำเลยถืออาวุธเข้าจับเจ้าทรัพย์ค้นเก็บเอาทรัพย์ไปนั้น เป็นการใช้กำลังและใช้อาวุธอยู่ในตัว แต่เห็นว่าจำเลยควรเป็นตัวการ เพราะเหตุการณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น จำเลยเป็นผู้ต้นคิด เป็นเรื่องผู้ร้ายแบ่งน่าที่กันทำ เวลาเกิดเหตุจำเลยก็อยู่ด้วย จึงตัดสินแก้ให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการปล้นทรัพย์ ตามมาตรา ๓๐๑ - ๖๓ กับให้ใช้ทรัพย์ถ้าไม่มีใช้ให้จัดการตาม ม.๑๘.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th