ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่ในการสงคราม ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 4, 6, 7, 55, 72, 78

จำเลยให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำผิดตามฟ้อง แต่จำเลยไม่ต้องรับโทษเพราะได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ประกาศใช้แล้ว

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่ต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามนำไปมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนด 90 วัน เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2518 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2518 เมื่อขณะจำเลยกระทำผิด และขณะโจทก์ฟ้องจำเลยไม่ได้อยู่ในระยะเวลาที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับ จำเลยจึงต้องมีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดและเจ้าพนักงานตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางซึ่งเป็นของจำเลยกับพวกได้เอง ก่อนกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ แต่ในระหว่างที่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาฟ้อง ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3 ยอมให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมายนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดดังกล่าวแล้วมาขอรับอนุญาตเพื่อปฏิบัติการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ และมาตรา 5 ยอมให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดดังกล่าวมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ กรณีนี้จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 วรรคแรก ซึ่งบัญญัติว่า ถ้ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิดให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ไม่ว่าในทางใด ฉะนั้น เมื่อกฎหมายที่ออกมาใหม่ได้ยกเว้นโทษให้แก่ผู้มีอาวุธปืนสำหรับใช้แต่ในการสงครามและผู้มีเครื่องกระสุนปืน อันเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th