ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๒๖๘,๔๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๖๘,๔๕๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๐) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว? มีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดี ขณะฟ้องไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงไม่อาจฟังได้ว่าผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจตามกฎหมาย เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้และขีดฆ่าแล้ว?" ฉะนั้น แม้ขณะที่ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย หนังสือมอบอำนาจจะมิได้ปิดอากรแสตมป์มาแต่แรก แต่เมื่อได้มีการปิดอากรแสตมป์ในชั้นพิจารณาครบถ้วนก่อนสืบพยานโจทก์ ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

คดีมีปัญหาวินิจฉัยประการต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า การนับอายุความ ๒ ปี ต้องเริ่มนับแต่วันที่โจทก์ส่งสินค้าให้แก่จำเลยตามวันที่ระบุในใบส่งของชั่วคราวแต่ละฉบับ มิใช่นับจากวันที่โจทก์วางบิลเพื่อเรียกเก็บเงินจำเลย เห็นว่า นางสาวกุสุมา ศรสูงเนิน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความว่า เมื่อจำเลยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์จะจัดส่งสินค้าให้แก่จำเลย โดยส่งสินค้าให้แก่จำเลยผ่านทางบริษัทขนส่งสินค้า โจทก์จะรวบรวมใบส่งของชั่วคราวฉบับจริงและใบขนส่งของบริษัทขนส่งไว้เป็นหลักฐาน และจะทำใบวางบิลสรุปยอดหนี้ว่ามีจำนวนเท่าใด และเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ไม่มีหลักปฏิบัติว่าเมื่อค้างสินค้าจนถึงเวลาใดจึงจะไปเรียกเก็บ แต่จะรวบรวมค่าสินค้าที่ค้างชำระไปเรียกเก็บจากจำเลยโดยไม่มีกำหนดเวลา ดังนี้ สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ ฝ่ายเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน ฉะนั้น โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ทันทีนับแต่วันที่โจทก์ส่งมอบสินค้าตามใบส่งของแต่ละฉบับ มิใช่นับจากวันที่โจทก์สรุปยอดหนี้วางบิลเพื่อเรียกเก็บเงินจากจำเลยแต่อย่างใด ซึ่งตามใบส่งปรากฏว่าช่วงเวลาที่โจทก์ได้ส่งสินค้าให้แก่จำเลยอยู่ในระหว่างปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๗ และโจทก์สรุปยอดหนี้วางบิลเรียกเก็บเงินจากจำเลยในปี ๒๕๓๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ ซึ่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์ในฐานะเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบมีอายุความ ๒ ปี นับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๑) ประกอบมาตรา ๑๙๓/๑๒ เมื่อนับจากวันที่โจทก์ส่งสินค้าให้จำเลยตามวันที่ระบุในใบส่งของดังกล่าวทุกฉบับซึ่งอยู่ในระหว่างปี ๒๕๓๕ ถึงปี ๒๕๓๗ ถึงวันฟ้องเกิน ๒ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th