ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้นายประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต นายประกันจึงได้ทำสัญญาประกันตัวจำเลยไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยยอมรับผิดชอบชดใช้เงินเป็นจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท หากผิดสัญญาประกัน ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งที่สามทนายจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยตาย ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนพยานหลักฐานของนายประกันและโจทก์แล้ว ไม่เชื่อว่าจำเลยตาย แล้วมีคำสั่งว่านายประกันผิดสัญญาให้ปรับตามสัญญาประกัน ออกหมายจับจำเลยและให้จำหน่ายคดีชั่วคราว
นายประกันอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของนายประกัน โดยอ้างว่าเป็นอุทธรณ์เกี่ยวกับการตายของจำเลยโดยตรง ซึ่งศาลมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ตายและให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา
นายประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับนายประกันฐานผิดสัญญาประกัน จำเลยตายหรือไม่นั้นเป็นเพียงเหตุที่ศาลจะสั่งเกี่ยวกับเรื่องการผิดสัญญาประกันไม่ใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา ให้รับอุทธรณ์คำสั่งของนายประกันไว้ดำเนินการต่อไป
โจทก์ฎีกาว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับนายประกัน นายประกันมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ คำสั่งดังกล่าวจึงมิใช่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ และเมื่อศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ของนายประกัน นายประกันมีสิทธิอุทธรณ์เป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคแรก แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๕ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของนายประกัน คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสามโจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา
พิพากษายกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

