ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 357, 371, 91, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ชั่วคราว และให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 2เข้ามาใหม่

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(11), 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้เรียงกระทงลงโทษฐานลักทรัพย์นายจ้าง จำคุก 3 ปี ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 4 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายว่าการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์และฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวกันนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟังว่า อาวุธปืนของผู้เสียหายตามฟ้องถูกคนร้ายลักไปตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2539 ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1และที่ 2 ได้พร้อมอาวุธปืนของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2540 หลังจากวันที่อาวุธปืนถูกลักไปนานถึง1 ปีเศษ โดยโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดหลายกรรมเมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์และฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามฟ้องว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ลักอาวุธปืนของผู้เสียหายไป จำเลยที่ 1 ได้ครอบครองอาวุธปืนดังกล่าวติดต่อกันตลอดมาจนถึงวันถูกจับกุมเป็นเวลา 1 ปีเศษ โดยไม่ได้รับอนุญาตจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตลอดเวลาที่ครอบครองอาวุธปืนดังกล่าวอยู่จนกระทั่งถูกจับกุม ส่วนการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์นั้นเป็นความผิดในขณะใดขณะหนึ่งตามที่โจทก์บรรยายฟ้องเท่านั้นดังนั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษด้วยนั้นเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ลักอาวุธปืนของนายจ้างแล้วครอบครองอาวุธปืนพาติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาจะใช้อาวุธปืนดังกล่าวนับว่าเป็นภัยต่อความปลอดภัยของสุจริตชนทั่วไป และกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม สมควรที่จะปราบปรามอย่างเด็ดขาดที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษโดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยที่ 1 เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th