ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

เดิมจำเลยที่ ๑ กู้เงินบิดาโจทก์ไปเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๔๗๑ เป็นเงิน ๑๑๒๐ บาทต่อมาภายหลังเอาไปอีก ๘๐ บาท จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันอีกฉะบับหนึ่งต่างหาก ในสัญญากู้ฉะบับนั้นไม่มีพะยานในหนังสือรับรองลายพิมพ์นิ้วมือผู้กู้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาบิดาโจทก์ตายโจทก์ได้รับมฤดก โจทก์จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ทำหนังสือสัญญากันมีข้อความว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เงินไปจากโจทก์ ๑๒๐๐ บาท แต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๔๗๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันได้ผัดเรื่อย ๆ มา บัดนี้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขอผัดอีกครั้งหนึ่ง คือจะยอมโอนโฉนดที่ดินเลขที่ ๙๖๗ ให้โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระต้นเงินดอกเบี้ยหรือไม่โอนที่ดิน จำเลยทั้ง ๒ ขอรับผิดร่วมกันในการชำระหนี้สินรายนี้ ในคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยโดยอาศัยสัญญากู้ สัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำกับบิดาโจทก์ศาลพิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิ์ที่โจทก์จะฟ้องใหม่โดยอาศัยสัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันเองครั้งหลังนี้ โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องใหม่โดยอาศัยสัญญาที่โจทก์จำเลยทำกันเองนั้น

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้ง ๒ รับผิดใช้เงินให้โจทก์ ๑๒๐๐ บาทพร้อมกับดอกเบี้ย

จำเลยคัดค้านว่า หนังสือที่โจทก์อาศัยมาฟ้องใหม่นี้มีข้อความว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไปต่างกับทางพิจารณาที่สืบว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินจากบิดาโจทก์ไป จึงเป็นใบรับรองหนี้คนละราย ต้องถือว่าทางพิจารณาได้ความต่างกับฟ้อง และได้มีคำพิพากษาเด็ดขาดมาแล้วโจทก์นำคดีมาฟ้องอีกไม่ได้

ศาลฎีกาเห็นว่าหนังสือที่โจทก์อาศัยมาฟ้องนี้ กล่าวถึงมูลหนี้เดิมว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลุกหนี้โจทก์อยู่ ๑๒๐๐ บาทและจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันนั้น ก็คือจำนวนเงินที่จำเลยกู้จากบิดาโจทก์ ซึ่งโจทก์เป็นผู้รับมฤดกเจ้าหนี้เดิมนั้นเอง หนังสือที่นำมาฟ้องซึ่งกล่าวท้าวถึงมูลหนี้เดิมกับที่โจทก์นำสืบจึงเป็นมูลหนี้รายเดียวกัน ไม่ใช่คนละราย ข้อเท็จจริงจึงไม่ต่างกับฟ้อง และเห็นว่าคดีเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยให้ใช้หนี้ตามสัญญากู้และค้ำประกันที่ทำให้กับบิดาโจทก์ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ชำระหนี้ตามหนังสือที่จำเลยทำกับโจทก์เอง มีประเด็นวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุไม่เหมือนกัน ทั้งคำพิพากษาคดีเดิมก็ยินยอมให้โจทก์ฟ้องตามเอกสารที่จำเลยทำกับโจทก์เองนี้ได้ ฉะนั้นโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง+ไม่ใช่คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุด จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th