ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลมีใจความว่า จำเลยยินยอมชำระเงินจำนวนหนึ่งพร้อมค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์รับเงินของจำเลยที่กรมทางหลวงส่งมาวางไว้ต่อศาลไปได้ทันที ส่วนที่เหลือกำหนดชำระภายใน 30 วัน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับทั้งสองฝ่าย ศาลพิพากษาตามยอม
ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอให้บังคับคดีโดยอ้างว่า ในการรับเงินที่กรมทางหลวงส่งมาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นนั้นโจทก์ได้รับไม่เต็มจำนวน เนื่องจากต้องหักค่าธรรมเนียมถอนการอายัดร้อยละ 3.5 จำเลยต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมนี้ แต่จำเลยไม่ชำระขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ของจำเลยเอามาชำระหนี้ตามคำพิพากษาต่อไป
ในวันนัดพร้อมจำเลยแถลงว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ยอมให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมจำนวนนี้ โจทก์แถลงว่าค่าธรรมเนียมถอนการอายัดเป็นค่าฤชาธรรมเนียมซึ่งจำเลยต้องจ่ายภายหลังการยอมความเพื่อเอาเงินชำระหนี้ให้โจทก์ ไม่ใช่ค่าฤชาธรรมเนียมในการดำเนินคดีซึ่งโจทก์ยอมให้เป็นพับ จำเลยต้องใช้แทนโจทก์
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมถอนการอายัดมาวางศาลเพื่อใช้แทนโจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมถอนการอายัด
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนที่โจทก์จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นโจทก์ย่อมทราบแล้วว่าเงินที่โจทก์ขออายัดมาไว้ที่ศาลและจำเลยยอมให้โจทก์รับได้นั้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียม เมื่อโจทก์ตกลงให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับย่อมหมายความว่าค่าธรรมเนียมส่วนนี้เป็นพับด้วย แม้โจทก์จะชำระค่าธรรมเนียมส่วนนี้ภายหลังจากศาลพิพากษาแล้วก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระแทนอนึ่ง โจทก์เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ศาลสั่งอายัดไว้ให้แก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีหน้าที่ชำระค่าธรรมเนียมตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 702/2522 กรมทางหลวง กับพวก โจทก์ บริษัทยุกต์ กับพวก จำเลย นางสาวกีรติจันทนา เจียรพันธ์ จำเลยร่วม
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









