ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ถึงวันที่ 19 กันยายน 2490 เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยทั้งสองสมคบกันลักไม้สักขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดลำปางไป 3 ท่อน หรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยทั้งสองได้รับไม้สักดังกล่าวไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายที่ได้มาจากกระทำผิดกฎหมาย ครั้นวันที่ 19 กันยายน 2490 โจทก์กับตำรวจได้ไปค้นพบไม้สักที่จำเลยลักไปที่ข้างรั้วบ้านของจำเลย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 288, 293, 294, 321, 63 ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม ไม่ควรรับพิจารณา จึงให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในข้อเท็จจริงอันเดียวกันโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์ แล้วกลับหาว่ารับของโจร แล้วกลับว่าลักทรัพย์ กลับไปกลับมาการที่จะลงโทษผู้กระทำผิดฐานรับของโจรได้ต่อเมื่อผู้นั้นมิได้กระทำผิดในการที่ได้ทรัพย์นั้นมา หรือกล่าวให้เข้าใจง่ายว่า ผู้กระทำผิดฐานลักทรัพย์ จะได้รับโทษฐานรับของโจรในทรัพย์ที่ได้ลักมาไม่ได้ ฟ้องของโจทก์จึงขัดกันอยู่ในตัว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th