ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำอนาจาร น.ส.บุญธรรมและลักเข็มขัดเงิน1 สายราคา 70 บาท กับสร้อยลูกประคำ 1 เส้นราคา 500 บาท ของ น.ส.บุญธรรมไป ขอให้ลงโทษ
จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยจักษุพิการไม่อาจกระทำผิดดังฟ้องโจทก์ได้ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยกระทำอนาจารแต่ไม่เชื่อว่าจำเลยลักทรัพย์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 246 จำคุก 3 เดือนและปรับ 50 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ภายใน 5 ปี ยกข้อหาฐานลักทรัพย์
โจทก์ (ฝ่ายเดียว) อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ด้วย
ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยลักทรัพย์ของ น.ส.บุญธรรมตามฟ้องไปจริงจำเลยต้องมีความผิดฐานลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่ง แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดฐานนี้ต่อเนื่องกับความผิดฐานกระทำอนาจาร พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 288 กระทงหนึ่ง และผิดตามมาตรา 246 อีกกระทงหนึ่งแต่รวมกระทงลงโทษจำเลยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 570 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย
จำเลยฎีกา ขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้คงมีว่า จำเลยได้ลักทรัพย์ของ น.ส.บุญธรรม ไปจริงหรือไม่ ส่วนข้อหาฐานกระทำอนาจารยุติเพียงศาลชั้นต้นแล้ว และศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยลักทรัพย์ไปตามฟ้องจริง คดีควรฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่ง แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษารวมกระทงลงโทษจำเลยโดยเอาโทษฐานกระทำอนาจารซึ่งถึงที่สุดแล้วมารวมเข้าด้วยหาเป็นการชอบไม่
พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามกฎหมายอาญา มาตรา 288 อีกกระทงหนึ่งให้จำคุกจำเลย 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 570 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย ส่วนโทษฐานกระทำอนาจารคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

