ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยลอกเลียนโน้ตเพลงที่โจทก์เรียบเรียงและจัดพิมพ์ในหนังสือเพลงอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยกับให้จำเลยงดการผลิตและจำหน่ายหนังสือที่ละเมิดต่อโจทก์
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายให้จำเลยทราบว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์เพลงอะไร รูปแบบไหนหรือโน้ตเพลงใดงานโจทก์มิใช่งานสร้างสรรค์หนังสือเพลงจำเลยไม่ได้ลอกเลียนเพลงโจทก์
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ฟ้องโจทก์เป็นการฟ้องข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ในงานดนตรีกรรม ซึ่งตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 ได้ให้คำนิยามไว้ว่า หมายความรวมถึงหนังสือเพลงและโน้ตเพลงด้วย ฉะนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือเพลงและโน้ตเพลง และโจทก์ได้บรรยายชื่อหนังสือเพลงที่โจทก์ได้จัดพิมพ์ พร้อมทั้งปีที่ได้จัดพิมพ์แล้วได้ระบุชื่อหนังสือเพลงที่จำเลยจัดพิมพ์ขึ้นอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์โดยได้กล่าวอ้างด้วยว่า ในหนังสือเพลงของจำเลยได้ลอกเลียนเพลงที่โจทก์เรียบเรียงประมาณ 10 เพลง ย่อมเป็นการบรรยายฟ้องที่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างซึ่งเป็นหลักแห่งข้อหาชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 172 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว หาจำต้องระบุชื่อเพลงที่อ้างว่าจำเลยละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ เป็นรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

