ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ได้ความว่า ขณะเมื่อจำเลยยังเป็นผู้เยาว์อยู่ จำเลยได้ไปทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๖๔๐ บาท เมื่อจำเลยบรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ไปบวชเป็นพระภิกษุระวางบวชโจทก์ได้ไปหาจำเลยขอให้จำเลยทำสัญญากู้เปลี่ยนใหม่ จำเลยตอบว่าเป็นพระไม่สามารถจะทำได้ จะให้ดีไปหาท่านเจ้าอาวาสหรือไปหาบิดาจำเลย

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เวลาที่โจทก์ไปขอให้จำเลยทำหนังสือใหม่ จำเลยหาได้แสดงแย้งสงวนสิทธิโดยชัดแจ้งถือว่าเป็นสัตยาบันตาม ม.๑๔๒ (๒) จำเลยจะบอกล้างในภายหลังหาได้ไม่ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้องโจทก์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าผู้ที่จะให้สัตยาบันแก่โมฆียะกรรมได้คือบุคคลทีระบุไว้ใน ม. ๑๓๗ และ ๑๓๙ เท่านั้น แต่คดีนี้โจทก์กลับเป็นผู้ทวงให้ชำระหนี้ ไม่ใช่จำเลยเป็นผู้ทวงให้ชำระหนี้ จึงไม่เข้าอยู่ใน ม.๑๔๒ (๒)

ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ในข้อที่ว่า บุคคลตาม ม.๑๓๗ และ ๑๓๙ จำเลยเป็นผู้ให้สัตยาบันโดยปริยายได้ แลเห็นว่าหนี้รายนี้เป็นคุณแก่โจทก์ หรืออีกนัยหนึ่งโจทก์เป็นเจ้าหนี้ ส่วนจำเลยเป็นลูกหนี้ก็เป็นการถูกแล้วที่เจ้าหนี้คือโจทก์จะไปทวงลูกหนี้คือจำเลย แลปรากฎว่าเมื่อจำเลยสึกมาแล้วยังได้มาขอหน้าโฉนดซึ่งวางเป็นประกันไว้จากโจทก์ ๆ ยังได้ทวงเงินจากจำเลย ๆตอบว่า ถ้าไม่ได้โฉนดไปจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ให้ ตามข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ได้มีการเรียกทวงให้ชำระหนี้ตามโมฆียะกรรมนั้นแล้ว จำเลยมิได้แสดงแย้งสงวนสิทธิแต่ประการใด ถือได้ว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันโดยปริยายตาม ม.๑๔๒ (๒) จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th