ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทกืฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๑๖๘๗ เป็นของโจทก์ ได้ล้อมรั่วครอบครองมาเป็นเวลา ๑๙ ปีแล้ว ด้านทิศเหนือติดที่ดินจำเลยต่อมาจำเลยรื้อรั้วเก่าทำรั้วใหม่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลแสดงว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์มีตามแนวรั่วเดิม ให้จำเลยรื้อรั้วออกไปให้พ้นเขตต์ที่ของโจทก์
ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์จำเลยต่างครอบครองที่ดินตามเขตต์ที่โจทก์นำชี้โดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ย่อมมีกรรมสิทธิตามเขตต์ที่ครอบครองมา จำเลยจะยกเขตต์ตามโฉนดมาอ้างอีกไม่ได้ จึงพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วที่รุกล้ำออกไปให้ตรงแนวเขตต์ที่โจทก์ชี้
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาในข้อแปลฟ้อง และในข้อครอบครองว่าเพียงแต่การล้อมรั้วไว้มิได้ทำประโยชน์อะไรนั้น ยังหาเป็นการเพียงพอที่จะถือว่าครอบครองไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงการที่โจทก์ได้ล้อมรั้วครอบครองมาเป็นเวลาตั้ง ๑๙ ปี และทั้งในคำขอท้ายฟ้องข้อ ๒ โจทก์ได้ขอให้ศาลแสดงด้วยว่าเขตต์ที่ดินของโจทก์ด้านติดต่อกับจำเลยมีตามแนวรั้วเดิมดังนี้ เป็นการชัดเจนแล้วว่าโจทก์ได้ฟ้องตามเขตต์รั้วเดิมที่โจทก์ได้ครอบครองมา ส่วนปัญหาข้อครอบครอง เห็นว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านเป็นที่มีประโยชน์อยู่แล้วโจทก์ล้อมรั้วครอบครองมาโดยสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปี เป็นการแสดงเจตนาครอบครองตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๑๓๖๗,๑๓๘๒ แล้ว หาต้องทำประโยชน์อย่างใดอื่นดังที่จำเลยฎีกาไม่ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

