ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินแปลงหนึ่งให้โจทก์ บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินแปลงเดียวกันนี้ขายให้คนอื่น จึงขอให้บังคับจำเลยทำสัญญาโอนขายที่อำเภอหรือขับไล่ไม่ให้จำเลยเกี่ยวของในที่รายพิพาท
ศาลขั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยทำสัญญาขายที่ให้โจทก์จริงโดยทำกันเองเพื่อจะหลีกเลี่ยงมิให้ที่ดินรายนี้ถูกขึดใช้ค่าปรับในคดีที่จำเลยต้องหาว่ามีฝิ่นเถื่อน ไม่ได้มีการขายกันจริงจัง ทั้งจำเลยก็ครอบครองที่ดินนี้ตลอดมา สัญญาซื้อขายจึงเป็นโมฆะตามประมวลแพ่ง ฯ ม. ๑๑๘ เพราะเกิดจากเจตนาลวง ให้ยกฟัองโจทก์
โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่าจำเลยได้รับเงินมัดจำไปแล้วย่อมมีผลบังคับได้ จำเลยจะสืบปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินราคาตามสัญญาไม่ได้ ในเมื่อสัญญามีว่าไม่รับเงินไปแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้ต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น เมื่อข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังไม่ได้ว่าได้มีการซื้อขายกันจริงจังนอกจากจะหลีกเลี่ยงให้พ้นการยึดทรัพย์ใช้ค่าปรับเท่านั้น ข้อที่โจทก์เถียงมาในฎีกาว่าจำเลยจะสืบปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินตามที่สัญญาว่าได้รับเงินไปแล้วไม่ได้นั้นจึงตกไป เพราะเป็นการค้านข้อเท็จจริงที่ว่าไม่ได้มีการซื้อขายกันจริงจัง และที่ว่ามีการวางเงินมัดจำและทำสัญญาเป็นหนังสือควรมีผลบังคับได้ จึงตกไปด้วย เพราะนิติกรรมรายนี้เป็นโมฆะ ตาม ม. ๑๑๘ จึงเสียเปล่าไปตาม ม. ๑๓๓ จึงให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

