ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าสวนพิพาทจากกองรักษาที่หลวง กรมคลังได้อนุญาตให้จำเลยที่ 1 เข้าอยู่อาศัยและช่วยโจทก์ดูแลรักษาส่วนหนึ่งของที่สวนรายนี้ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นบริวารจำเลยที่ 1บัดนี้ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ต่อไป แต่จำเลยขัดขืนไม่ยอมออกจึงขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่า เช่าช่วงสวนพิพาทจากโจทก์ ๆ ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่
ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนทำการปลูกส้ม ขายแบ่งปันกันคนละครึ่ง จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตอนแรกที่นายผันจำเลยเข้ามาปลูกเรือนในสวนรายพิพาทนั้น น่าจะเป็นการอาศัยโจทก์ดังโจทก์นำสืบมา ไม่ใช่เป็นการเช่าช่วงดังจำเลยนำสืบ แต่ต่อมาโจทก์ได้ซื้อกิ่งส้มมาให้นายผันจำเลยปลูกดูแลรักษา เพื่อแบ่งผลกัน พฤติการณ์ตอนหลังนี้ฟังได้ว่านายผันจำเลยอยู่ในสวนพิพาท ในฐานะผู้ดูแลรักษาต้นส้มอันนายผันจำเลยมีผลประโยชน์ร่วมอยู่ด้วย ทางพิจารณาไม่ได้ความชัดว่าการอยู่อาศัยกับการปลูกและดูแลรักษาต้นส้มนั้นแยกขาดจากกันดังนี้ จะชี้ขาดว่าพฤติการณ์ตอนหลังนี้ เป็นเรื่องอาศัยไม่ถนัดโจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัย แต่ข้อเท็จจริงในขณะเกิดฟ้องร้องกัน ฟังไม่ได้ดังฟ้อง ก็ต้องยกฟ้อง จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

