ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ศุลกากระ ๒๔๖๙ ม.๒๗-๓๔-๑๐๐ ซึ่งจำเลยปฏิเสธว่าไม่ทราบว่าเป็นของยังไม่ได้เสียภาษีและได้ซื้อไว้จากพ่อค้าอื่นโดยเปิดเผย
ศาลชั้นต้นปรับจำเลยตาม ม.๒๗ กับให้ริบของกลาง
ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าไม้ขีดไฟตรากวาง ๓๕ ห่อ โจทก์สืบไม่ได้ว่ายังไม่ได้เสียภาษี คดีโจทก์ยังลงโทษจำเลยมิได้ส่วนข้ออื่นยืนตามศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกาครั้งแรกศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาเพราะโจทก์มิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่อ้างอิงไว้ในฎีกาให้ชัดเจน โจทก์จึงทำฎีกามายื่นใหม่ ระบุว่าตาม ม.๑๐๐ บังคับให้เป็นหน้าที่ของจำเลยนำสืบว่าของกลางได้เสียภาษีแล้วและเมื่อจำเลยนำพิศูจน์ไม่ได้ว่าไม้ขีดไฟตรากวางได้เสียภาษีแล้วก็ต้องมีผิด
ศาลฎีกาตัดสินว่าปัญหาข้อแรกที่จะต้องวินิจฉัยก็คือโจทก์จะมีสิทธิยื่นฎีกาครั้งที่ ๒ ได้หรือไม่ ซึ่งเห็นว่าโจทก์ย่อมทำได้ภายในกำหนดอายุความฎีกา และเห็นว่าคดีนี้ถึงแม้โจทก์จะมิได้อ้างอิงในศาลชั้นต้นว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องพิศูจน์ก็ดี แต่โจทก์ก็ได้อ้างมาตรา ๑๐๐ ไว้ท้ายฟ้องแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นเชื่อพะยานโจทก์แล้ว โจทก์ก็ไม่จำต้องกล่าวอ้างปัญหานี้ในชั้นศาลอุทธรณ์ ต่อเมื่อศาลอุทธรณ์ไม่ฟังพะยานโจทก์ ๆ ก็ยอมยกปัญหาที่กล่าวนั้นขึ้นในชั้นฎีกาได้ แต่อย่างไรก็ตามหน้าที่นำสืบจะตกอยู่แก่จำเลยตาม ม.๑๐๐ ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ลอบลักหนีภาษีขาเข้าและขาออก+ และหาเกี่ยวกับผู้ซื้อของจากพ่อค้าดังจำเลยในคดีเรื่องนี้ไม่จำเลยจึงมิได้อยู่ในกรอบแห่ง ม.๑๐๐ อนึ่งการที่จำเลยในคดีนี้ ซื้อไม้ขีดของกลางไว้โดยชื่อไม่ทราบว่าได้เสียภาษีแล้วหรือยัง จะเอาผิดแก่จำเลยตาม ม.๒๗ มิได้และจะริบของกลางก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะโจทก์สืบไม่ได้ว่าไม้ขีดไฟของกลางยังไม่ได้เสียภาษี จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


