ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีได้ความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าโจทก์ทั้ง ๓ กับจำเลยต่างเข้าหุ้นส่วนกันคนละ ๕๐ สตางค์ซื้อสลากกินแบ่ง ๒ ฉะบับมอบให้จำเลยเก็บรักษาไว้ ครั้นสลากออกปรากฏว่ามีตั๋วสลากที่มีชื่อจำเลยถูกรางวัลด้วยรางวัลหนึ่ง โจทก์จึงมาหาจำเลย ๆ ชี้แจงว่าสลากที่ถูกเป็นของตนซื้อไว้ส่วนตัว ส่วนที่ซื้อสำหรับหุ้นส่วนไม่ถูกแล้วจำเลยก็นำตั๋วสลาก ๒ ฉะบับที่ว่าเป็นของหุ้นส่วนมามอบให้โจทก์ที่ด้านหลังของตั๋วสลาก ๒ ใบนี้มีตัวอักษรเขียนไว้ด้วยหมึกว่า " คณะสี่หุ้น " โจทก์ได้นำตั๋วสลาก ๒ ใบนี้ไปสอบกับต้นขั้วปรากฏว่าในต้นขั้วของตั๋ว ๒ ใบนี้ ใบหนึ่งเขียนว่า " ปกซ้าย ปกซุน แซ่หลีสุราษฎร์ " อีกใยหนึ่งเขียนว่า " นายไช้ผ้างบ้านดอนสุราษฎร์ธานี "

โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าฉ้อโกงและปลอมหนังสือ

ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลทางอาญา ให้ยกเสีย

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อหาฐานฉ้อโกงไม่มีมูลทางอาญา ส่วนข้อหาฐานปลอมหนังสือนั้นเห็นว่ายังไม่เข้า ม. ๒๒๒ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาตัดสินว่า สำหรับความผิดฐานฉ้อโกง โจทก์อ้างมาว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏพอฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจจริตแล้วซึ่งข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ส่วนข้อหาฐานปลอมหนังสือนั้น เห็นว่าแม้จะฟังว่าจำเลยจดอะไมลงไปก็เป็นการจดที่จำเลยทำเองมิได้แสดงว่าเป็นของผู้อื่นทำไว้ และก็มิได้แลอมใบสลากให้ผิดไปจากของแท้ จึงยังไม่มีผิด พิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th