ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


ได้ความว่า จำเลยใช้ปืนที่มีกระสุนบรรจุอยู่ 7 นัด ยิงโจทก์ร่วม กระสุนนัดแรกด้าน นายช้อยกับนายทองใบ จึงเข้าขัดขวางจำเลยไว้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า จำเลยผิดฐานพยายามฆ่าคนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี
ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยฐานพยายามกระทำความผิดตาม มาตรา 80 หาชอบไม่ความต้องปรับด้วย มาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายอาญา นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจกฎหมายไม่ถูกต้อง เพราะกรณีที่จะปรับด้วยมาตรา 81 นั้น เกี่ยวกับปัจจัยซึ่งในการกระทำผิดไม่สามารถจะกระทำให้บรรลุผลได้อย่างแน่แท้ เช่น ใช้ปืนที่มิได้มีกระสุนบรรจุอยู่เลยยิงคน โดยเข้าใจผิดคิดว่ามีกระสุนอยู่พร้อมแล้วซึ่งอย่างไร ๆ ก็จะทำให้ผู้ถูกยิงได้รับอันตรายจากการยิงมิได้เลยดังนี้ จึงจะถือได้ว่า เป็นกรณีที่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้แต่สำหรับคดีนี้มิใช่เช่นนั้น กล่าวคือ จำเลยใช้ปืนที่มีกระสุนบรรจุอยู่ถึง 7 นัด ยิงโจทก์ร่วม กระสุนนัดแรกด้าน ไม่ระเบิดออกซึ่งอาจเป็นเพราะกระสุนเสื่อมคุณภาพ หรือเพราะเหตุบังเอิญอย่างใดก็ได้ ไม่ปรากฎ มิฉะนั้นแล้วกระสุนก็ต้องระเบิดออกและอาจเกิดอันตรายแก่โจทก์ร่วมได้ หาเป็นการแน่แท้ไม่ว่าจะไม่สามารถกระทำให้ผู้ถูกยิงได้รับอันตรายจากการยิงของจำเลยเช่นนั้น กรณีจึงต้องปรับด้วย มาตรา 80 ไม่ใช้ มาตรา 81 และถ้าหากนายช้อยกับกับนายทองใบพยานโจทก์ไม่เข้าขัดขวางจำเลยไว้ทันท่วงที จำเลยอาจยิงโจทก์ร่วมด้วยกระสุนที่ยังเหลือบรรจุอยู่นั้นต่อไปอีกก็ได้จึงยิ่งเห็นชัดว่า ไม่ใช่กรณีที่ปัจจัยซึ่งใช้ในการกระทำผิดไม่สามารถจะกระทำให้บรรลุผลได้อย่างแน่แท้ตามความหมายใน มาตรา 81
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา








